วันอาทิตย์,ก.ย. 19,2021

ทันเหตุการณ์
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

อับเฉา ที่เป็นมากกว่า ตุ๊กตาจีน หรือ หินถ่วงเรือ…

อับเฉา ที่เป็นมากกว่า ตุ๊กตาจีน หรือ หินถ่วงเรือ…

ตุ๊กตาหิน ศิลปะจีน ที่เรียงรายอยู่ในบริเวณวัดพระแก้ว วัดอรุณ วัดโพธ์ รวมถึงวัดอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร เป็นรูปเทพเจ้าบ้าง เป็นทหารบ้าง หรือเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หลายๆคนมักจะเรียกว่า “ตุ๊กตาอับเฉา” หรือ “อับเฉาเรือ”

เมื่อเห็นรูปแกะสลักหินทั้งหลาย รวมถึงพื้นหิน กระเบื้องต่างๆ ก็จะเกิดความสงสัยในใจของผู้พบเห็นว่า ทำไมถึงไม่นำเอาสิ่งของมีค่าอื่นๆ บรรทุกมาเพื่อจำหน่าย แทนที่จะนำมาเพียง กระเบื้อง ปูน หรือหินปั้นแกะสลัก ดังที่ปรากฏนี้


ย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 3 เมืองไทย หรือสยามในยุคนั้น มีการค้าขายกับประเทศจีน ใช้การขนส่งสินค้าด้วยเรือสำเภา เรือสำเภาสมัยนั้น สร้างจากไม้ที่มีน้ำหนักเบา ใต้ท้องโกลน ต้องทำการถ่วงน้ำหนักใต้ท้องเรือ เพื่อรักษาเสถียรภาพของเรือสำเภา ไม่ให้เบาเกินไป เมื่อเจอคลื่นลมแรงจะโครง และอาจล่มได้ เมื่อนำสินค้าเต็มลำเรือไปยังประเทศจีน ขากลับจึงไม่สามารถเดินทางกลับด้วยลำเรือเปล่าๆได้ จึงต้องทำการถ่วงน้ำหนักกลับมาทุกครั้งด้วยการซื้อตุ๊กตาจีนแกะสลักจากหิน บรรทุกกลับมาด้วย โดยนำตุ๊กตาหินไปไว้ที่ใต้ท้องเรือ ที่เรียกว่าห้องอับเฉา (Flood Chamber)

“อับเฉา” เหตุที่เรียกเช่นนี้ สันนิษฐานว่า ห้องอับเฉานั้น อยู่บริเวณใต้ท้องเรือ เป็นพื้นที่บรรทุกของ และถ่วงน้ำหนักเรือด้วยในเวลาเดียวกัน จึงเป็นพื้นที่เงียบเหงาที่สุดในตัวเรือ อับเฉา ตามความหมายนี้ มาจากภาษากวางตุ้ง จีนแต้จิ๋ว อ่านว่าเอี๊ยบซึง อ้างตามหนังสือ กระเบื้องถ้วย กะลาแตก ชีวิตเบื้องหลังสมบัติผู้ดี (นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์ 2550) คุณพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร ผู้เขียน ว่า…อับเฉา ความหมายที่สอง คือของถ่วงเรือกันโคลง เพื่อให้เรือมีน้ำหนักบรรทุกเพียงพอไม่ให้เกิดอันตรายในทะเล

เรือสำเภา ชาวอังกฤษ เรียกเรือชนิดนี้ว่า “เรือคลิปเปอร์” ในยุคสมัยที่เรือยังแล่นด้วยลม เรือที่กินลมได้เยอะจะแล่นได้เร็ว จึงมีการออกแบบเรือชนิดใหม่ ที่มีการต่อเสากระโดงเรือมีสามเสาที่สูงมากๆ บางลำสูงกว่าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอีก เพื่อให้มีใบเรือเยอะๆ รับแรงลมเพิ่มความเร็ว และสูงพอจะไปกินลมบน ท้องเรือจะแคบมากแต่ยาว น้ำหนักของเครื่องถ่วงดุลเรือจากกระแสลม ก็ต้องมีจำนวนมากพอตามพิกัดอัตรา และเพื่อไม่ให้เสียพื้นที่บรรทุกใบชา และผ้าไหม สินค้าที่ทำกำไรสูง อีกทั้งให้ฝ่าคลื่นได้ดี นายเรือคลิปเปอร์จะสั่งทำจานเนื้อหนา ให้มีน้ำหนักถ่วงดุลเรือเพิ่มเติม โดยไม่กินพื้นที่ เป็นเหตุให้เครื่องฝรั่งกังไส ยุคเรือคลิปเปอร์ มีลักษณะเทอะทะ หนา ไม่เป็นที่นิยมของนักสะสมในยุคหลัง เรือสำเภา ถือเป้นเรือใบที่เน้นความเร็ว จึงถูกเรียกว่า “clipper ship” ปัจจุบันมีการสร้างเรือที่มีปีกซ้ายขวา การถ่วงเรือแบบเดิมจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

อับเฉา ที่เป็นมากกว่า ตุ๊กตาจีน หรือ หินถ่วงเรือ…

รูปปั้นหินแกะสลักที่นำมาจากเมืองจีนนั้น มีหลายแบบหลายขนาด โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้ ลั่นถัน, ตุ๊กตาฝรั่ง, สัตว์ในจินตนาการและตำนานต่างๆ, สัตว์ต่างๆ, สิ่งของเครื่องใช้ที่ถูกจำลองเป็นรูปสลักหิน, รูปจำลองหินแบบไทย เป็นต้น เมื่อเรือเดินทางกลับมาถึงเมืองไทย ไม่รู้จะนำหินเหล่านี้ใช้ประโยชน์อะไรต่อไป จึงถวายวัด ใช้เพื่อตกแต่งวัดวาอารามต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ชัดในบริเวณวัดประจำรัชกาลที่3 จะมีการจัดสวนจีน และพบเห็นตุ๊กตาจีนเป็นจำนวนมาก

อับเฉา ที่เป็นมากกว่า ตุ๊กตาจีน หรือ หินถ่วงเรือ…

อันที่จริง… หินอับเฉา ก็มิได้มีแต่ รูปตุ๊กตาปูนปั้นแกะสลัก พบหลักฐานในสมัยกรุงธนบุรี ระบุไว้ว่า เมืองจีน ยินดีที่จะลดค่าภาษีขาออก จากหินอับเฉาที่ขนส่งโดยเรือของเมืองไทย ด้วยความเห็นใจว่า เมืองไทยนั้นพึ่งผ่านศึกสงครามมา และอยู่ในช่วยของการสร้างเมือง อีกทั้งลักษณะหินที่ขนมาในช่วงนั้น จะเป็นหินก้อนสี่เหลี่ยม ที่เรียงกันมาเป็นก้อนๆ ไม่ได้สวยหรู แกะสลัก เมื่อนำมาถึงเมืองไทย ส่วนใหญ่นิยมจะนำมาเป็นหินปูพื้นทางเดินวัด และในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

อับเฉา ที่เป็นมากกว่า ตุ๊กตาจีน หรือ หินถ่วงเรือ…

หินที่ใช้ในการแกะสลักรูปปั้นต่างๆนั้น นิยมใช้หินเนื้ออ่อนสีเขียวอมเทา ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “หินฮ่วยเส่งง้ำ” มีมากในประเทศจีนและญี่ปุ่น ลักษณะพิเศษของหิน หินชนิดนี้ เมื่อขุดขึ้นมาใหม่ๆนั้น จะมีความร้อน เมื่อกระทบกับอากาศ ภายนอกของหินนั้นจะขึ้นไอ นิยมที่จะนำมาแกะสลักขึ้นเป็นรูปต่างๆ เมื่อทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ หินจึงจะเริ่มแข็งตัวขึ้นประเทศญี่ปุ่น มีการทำเป็นเหมืองหินชนิดนี้ เพื่อที่จะขุดขึ้นมาทำเป็นคานหินวางบนพื้นดิน เพื่อรองรับโครงสร้างของอาคารต่างๆ สร้างกำแพง บางแห่งแกะสลักหินนี้จากภูเขาทั้งลูกเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เช่น พระพุทธรูปหินที่วัดใกล้กับตำบลมาชิโกะ ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร อีกคุณสมบัติพิเศษหินชนิดนี้มีส่วนผสมของเหล็กจำนวนมาก จึงนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบมรการทำน้ำยาเคลือบเครื่องดินเผา จะให้สีน้ำตาลที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และเพิ่มความคงทน

เมื่อมีรูปปั้นหินแกะสลักเข้ามาที่เมืองไทย และนำมาตกแต่งอาคาร วัดวาอารามต่างๆ เช่น แท่นบูชา เรือสำเภทจำลอง งานก่ออิฐถือปูนต่างๆ อีกทั้งยังมี เกี้ยว และเขามอ ประติมากรรมต่างๆนี้ คนไทยมักเรียกกันจนติดปากว่า “ตุ๊กตาจีน”
เขามอ หมายถึง ส่วนหย่อม สวนหิน ตกแต่งโดยการใช้หินเรียงซ้อนกัน ปลูกไม้ประดับ ตกแต่งด้วยรูปปั้นหินแกะสลัก น้อยใหญ่ รูปสัตว์จัตุบาท (สัตว์สี่เท้า) เพื่อความสวยงาม รวมถึง เสาโคม และสถูปต่างๆ เรียงรายโดยรอบทั้งบนเขา และเชิงเขา ปัจจุบันเขามอมีทั้งหมด ๒๔ ลูก เช่น เขาประดู่ เขาสะเดา เขาอโศก เขาสมอ เขาฤษีดัดตน เขาศิวลึงค์ เป็นต้น ปัจจุบันมีการ บูรณะรักษาไว้ เพื่อเป็นมุมพักผ่อน

ข้อสันนิษฐาน สาเหตุการเข้ามาของรูปปั้นแกะสลักหิน จากเมืองจีนนั้น พอสรุปได้ 3 ประการดังนี้

  1. มาในฐานะอับเฉา บรรทุกมาเพื่อถ่วงน้ำหนักเรือ บางส่วนนำมาถวายวัด และบางส่วนนำมาจำหน่าย ตามความนิยม
  2. มาตามรับสั่งของ พระบามสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความพอพระทัยในความงดงาม ทึ่งในรูปปูนปั้นแกะสลัก ทรงโปรดสั่งให้นำมาประดับเป็นรูปจำหลัก ประดับวัดวาอารามต่างๆ ที่ทรงสร้างและปฏิสังขรณ์
  3. พ่อค่าชาวจีนที่เข้ามาทำการค้ากับเมืองไทยในเวลานั้น นำมาทูลเกล้าถวาย เพื่อความดีความชอบ และเป็นการเผยแพร่ศิลปะ ความภาคภูมิใจในศิลปกรรมของชาติตนเอง โดยการนำติดมากับเรือสินค้าของตนเมื่อนำสินค้ามาขาย หรือเดินทางมาซื้อสินค้ากลับไปยังประเทศของตน

ไม่ว่า รูปปั้นปูนแกะสลัก รวมถึงสิ่งแกะสลักหินมากมาย จะมาในรูปแบบของ “อับเฉา” หรือใดๆก็ตาม แต่สิ่งที่คงตั้งตระหง่านอยู่ในวันนี้ คือร่องรอยของ อารยะธรรม ศิลปะ รวมถึงเรื่องราว ที่มีมานานนับได้สองร้อยกว่าปี ทำให้เห็นยุคเฟื้องฟูทางการค้า ระหว่างไทย-จีน ความสัมพันธ์ จำนวนหินแกะสลักไม่น้อย สะท้อนจำนวนเที่ยวขนสินค้า ไป-กลับ หลายหมื่นหลายแสนเที่ยว ที่นำมาประดับ ตกแต่ง ทำให้เห็นเป็นร่องรอยทางวัฒนะธรรม ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลาน ศึกษาหาประวัติ เล่าขานเป็นตำนวนสืบต่อไป …

Leave a Replay

Follow Us

วีดีโอ แนะนำ

About Me

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

Sign up for our Newsletter

Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit